วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2551

เสริมความรู้ให้ท่านวันสงกรานต์

คำว่าสงกรานต์ มีความหมายว่าการย้ายที่ หรือเคลื่อนที่ในความหมายที่นี้ คือวันสงกรานต์ เป็นวันที่พระอาทิตย์ได้ย่างเข้าราศีเมษ ซึ่งถือว่าเป็นวันปีใหม่ของไทยแบบเดิม กำหนดตามสุริยคติประกอบด้วยวันสำคัญ ๓ วัน คือ
๑. วันที่พระอาทิตย์ ยกขึ้นสู่ราศีเมษ
๒. วันเนาว์
๓. วันเถลิงศก
ในสามวันนี้ จะอยู่ประมาณวันที่ ๑๓ , ๑๔ , ๑๕ ของเดือนเมษายน
วันที่ ๑๓ เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ ตามหลักฐานปรากฎเป็นศิลาจารึกที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ดังนี้

เมื่อต้นกัลป์นี้ มีเศรษฐีคนหนึ่ง ไม่มีบุตร ตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้กับบ้านนักเลงสุราผู้หนึ่ง นักเลงสุรามี ๒ คน มีผิวพรรณเหมือนกับทอง อยู่มาวันหนึ่งนักเลงสุรานั้น ได้เข้าไปกล่าวคำหยาบคายต่อเศรษฐี เศรษฐีจึงถามว่าเหตุใดท่านจึงได้มาหมิ่นประมาทต่อเรา ผู้มีสมบัติมากเช่นนี้ นักเลงสุราจึงตอบว่าถึงท่านจะมีสมบัติมาก แต่ท่านไม่มีบุตรเมื่อท่านตายแล้ว สมบัติของท่านจะสูญเปล่า แต่เรามีบุตร เราจึงประเสริฐกว่าท่าน เศรษฐีนั้นก็มีความอับอายอย่างมาก จึงได้บวงสรวงต่อพระอาทิตย์ พระจันทร์ ตั้งอธิฐานขอบุตร รออยู่ถึง ๓ ปี ก็ยังไม่ได้บุตร เมื่ออยู่ต่อมาถึงวันนักขัตฤกษ์"วันสงกรานต์"พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษเศรษฐีจึงได้พาบริวารไปยังต้นไทรอันเป็นที่อยู่อาศัยของหมู่นกทั้งปวงที่ริมฝั่งแม่น้ำ จึงเอาข้าวสารล้างน้ำ ๗ ครั้งแล้วหุงขึ้นเพื่อบูชาพระไทร ประโคมพิณพาทย์ขึ้น ตั้งจิตอธิษฐานขอบุตรอีกครั้ง พระไทรมีความกรุณาจึงเหาะขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์ พระอินทร์จึงให้ธรรมบาลเทพบุตร จงมาถือปฏิสนธิในครรภ์ของภรรยาเศรษฐี เมื่อคลอดแล้วจึงมีชื่อว่า "ธรรมบาลกุมาร"เศรษฐีได้ปลูกปราสาท ๗ ชั้น ให้อยู่ที่ใกล้ ๆ กับต้นไทรริมฝั่งน้ำนั้นเมื่อธรรมบาลกุมารนั้นเจริญวัยขึ้นก็รู้ภาษานก และได้เรียนไตรเพทจบเมื่ออายุได้ ๗ ขวบ ได้เป็นอาจารย์บอกมงคลต่าง ๆ แก่มนุษย์ทั้งปวง
ในขณะนั้นโลกทั้งหลายได้นับถือท้าวมหาพรหมและท้าวกบิลพรหมองค์หนึ่งว่าเป็นผู้แสดงมงคลแก่มนุษย์ทั้งปวง เมื่อท้าวกบิลพรหมได้ทราบว่าธรรมบาลกุมารเป็นผู้บอกมงคลต่าง ๆ แก่มนุษย์ทั้งปวง จึงได้ลงมาถามปัญหาต่อธรรมบาลกุมาร ๓ ข้อ คือ
๑. เวลาเช้า ราศีอยู่ที่แห่งใด
๒. ตอนเที่ยง ราศีอยู่ที่แห่งใด
๓. เวลาค่ำ ราศีอยู่ที่แห่งใด
เมื่อถามปัญหาแล้วได้ให้สัญญาว่า ถ้าธรรมบาลกุมารแก้ปัญหาได้ท้าวกบิลพรหมจะตัดศรีษะของตนออกบูชา ถ้าธรรมบาลกุมารแก้ปัญหาไม่ได้ก็จะตัดศรีษะธรรมบาลกุมารจึงขอผลัดเวลาไป ๗ วัน
ครั้นเวลาล่วงไปได้ ๖ วันแล้ว ธรรมบาลกุมารยังแก้ไขปัญหาไม่ได้จึงนึกว่า พรุ่งนี้จะตายด้วยอาญาของท้าวกบิลพรหมนั้น เราไม่ต้องควร จำเราจะหนีซุกซ่อน
ไปตายเสียดีกว่า จึงได้ลงจากปราสาทที่อยู่ของตน ไปนอนอยู่ใต้ต้นตาล ๒ ต้น ที่ยอดตาลนั้น มีนกอินทรีย์ ๒ ตัวผัวเมีย ทำรังอาศัยอยู่ครั้นถึงเวลาค่ำลง
นางอินทรีย์จึงได้ถามสามีขึ้นว่า พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารในที่แห่งใดกันดี สามีจึงได้บอกว่า พรุ่งนี้เราจะได้กินศพของธรรมบาลกุมารซึ่งท้าวกบิลพรหมจะฆ่าเสีย เพราะแก้ปัญหาไม่ได้ นางนกอินทรีย์จึงถามว่าในปัญหานั้นมีว่าอย่างไร สามีจึงบอกว่า "เวลาเช้าราศีอยู่ที่แห่งใด" เวลาเที่ยงราศีอยู่ที่แห่งใด เวลาค่ำราศีอยู่แห่งใด นางนกอินทรีย์จึงได้ถามสามีว่าปัญหานี้แก้อย่างไรจึงจะถูก สามีจึงบอกว่า
"เวลาเช้าราศีอยู่ที่หน้า เวลาตื่นนอนตอนเช้ามนุษย์จึงเอาน้ำล้างหน้า" เวลาเที่ยง ราศีอยู่ที่อก มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมมาประพรมที่อก"เวลาค่ำ ราศีอยู่ที่เท้า มนุษย์ทั้งหลายก่อนที่จะเข้านอน จึงเอาน้ำล้างเท้า"
เมื่อธรรมบาลกุมารได้ยินนกอินทรีย์ ๒ ตัวผัวเมียพูดกัน ดังนั้น จึงได้กลับสู่ปราสาท ครั้นวันรุ่งขึ้นท้าวกบิลพรหมลงมาถามปัญหา ธรรมบาลกุมารก็ได้
ตอบปัญหาแก้ตามได้ยินมา
ท้าวกบิลพรหมจึงได้ตรัสเรียกเทพธิดาทั้ง ๗ นาง อันเป็นบริจาริกาของพระอินทร์ให้มาพร้อมกัน แล้วบอกว่าบิดาจะตัดศรีษะบูชาธรรมบาลกุมารศรีษะของบิดานี้ ถ้าจะตั้งไว้บนแผ่นดิน ไฟก็จะไหม้ขึ้นทั่วโลก ถ้าจะทิ้งไปบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าทิ้งไปในมหาสมุทร น้ำก็จะแห้ง จึงได้ให้ธิดาทั้ง ๗ นั้นเอาพาน
แว่นฟ้ามารองรับศรีษะ แล้วก็ให้ตัดศรีษะส่งให้นางทุงษะธิดาผู้ใหญ่ นางจึงเอาพานแว่นฟ้ามารองรับศรีษะของบิดาไว้ แล้วแห่ทักษิณาวัฎ รอบเขาพระสุเมรุ
๖๐ นาทีแล้ว ก็ได้อัญเชิญไปประดิษฐานในมณฑปถ้ำคันธุลี ที่เขาไกรลาศ แล้วบูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่าง ๆ พระวิษณุกรรมได้นิรมิตโลกนั้นแล้วไปด้วยแก้ว
๗ ประการ ชื่อ "ภควดี" ให้เป็นที่ประชุมแห่งหมู่เทวดาทั้งปวง ก็ได้นำเอาเถาฉมูนาค ลงมาล้างในสระอโนดาดถึง ๗ ครั้ง แล้วแจกแบ่งกันสังเวยทุก ๆ พระองค์ ครั้นเมื่อครบ ๓๖๕ วัน ซึ่งโลกสมมติว่าเป็นปีหนึ่งทางเทพธิดาทั้ง ๗ นั้น ก็ผลัดเปลี่ยนเวรกันมาอัญเชิญพระเศียรของท้าวกบิลพรหมผู้เป็นบิดาออกแห่ทักษิณรอบเขาพระสุเมรุทุก ๆ ปีแล้ว ก็ไปสู่เทวโลก
วันสงกรานต์นี้เป็นประเพณีมีการละเล่นกันอย่างสนุกสนานมานานแล้วมีการประกวดต่าง ๆ นอกจากนี้ก็ยังพากันเตรียมข้าวของที่จะทำบุญให้ทานตามวัดวาอาราม เมื่อไปทำบุญที่วัดเสร็จแล้ว ก็จะมีการปล่อยนก ปล่อยปลา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองแล้วพากันไปกราบขอพรผู้ใหญ่ ผู้มีพระคุณ รดน้ำดำหัว
ตามความนิยมของชาวไทยเรา
เข้าสงกรานต์ก็เหมือนเข้าหน้าร้อน เพราะเดือนเมษายน เป็นเดือนที่มีอากาศร้อนอบอ้าวที่สุดของเมืองไทย ด้วยเหตุนี้กระมังที่คนไทยยุคเก่า ๆ จึงคิดหาวิธีคลายร้อนด้วยการเล่นสาดน้ำ ประพรมรินรดกันด้วยน้ำอบไทยที่หอมชื่นใจเกิดเป็นประเพณีอันควรแก่การอนุรักษ์ให้คงอยู่ตลอดไป และในช่วงเดือนนี้ในส่วนราชการมีการหยุดยาว มีการหยุดพักผ่อนกับเทศกาลสงกรานต์วันแห่งครอบครัว เป็นวันรวมญาติฉลองปีใหม่ให้มีความสุข ความสบายใจ ในวันปีใหม่.

วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2551

หลักการรับประทานยาให้ปลอดภัยและได้ผลดี


ยารับประทานก่อนอาหาร

ยารับประทานก่อนอาหาร ต้องรับประทานก่อนอาหารอย่างน้อย

ประมาณ 30 นาที เพราะในขณะที่ท้องว่าง ยาจะถูกดูดซึม

เข้าสู่กระแสเลือดได้ดี

ยารับประทานหลังอาหาร

ยารับประทานหลังอาหาร ต้องรับประทานหลังอาหารอย่างน้อย ประมาณ 15 - 30 นาที เพื่อประโยชน์ในการที่ยาจะถูกดูดซึม

เข้าสู่กระแสเลือดในลำไส้เล็กร่วมกับอาหารได้ดี

ยารับประทานพร้อมกับอาหาร

ยารับประทานพร้อมกับอาหาร หรือ รับประทานน้ำตามมาก ๆ ได้แก่ ยาแก้ปวดต่างชนิด เช่น ยาแอสไพริน ยาเม็ดสีชมพู

ยาทัมใจ ยาปวดหาย เป็นต้น ยาแก้ปวดล้วนมีฤทธิ์เป็นกรด หรือ ไปเร่งให้กระเพาะหลั่งน้ำย่อยออกมา ทำให้เกิดอาการระคายเคือง

และเป็นแผลในกระเพาะเลือดไม่แข็งตัวกระเพาะทะลุ โลหิตจาง จึงต้องรับประทานพร้อมกับ อาหาร

หรือ รับประทานหลังอาหารทันที หรือ ต้องรับประทานน้ำตามมากๆ เพื่อช่วยลดอาการเป็นพิษของยาลงเสีย

ยารับประทานระหว่างอาหาร

ยารับประทานระหว่างอาหาร ได้แก่ ยาลดกรดแก้โรคกระเพาะซึ่งเกิดจากมีน้ำย่อยและกรดหลั่งออกมามาก ขณะท้องว่าง

หรือ ขณะมีอารมณ์หงุดหงิด คิดมาก กรดก็จะกัดกระเพาะเป็นแผล ทำให้เสียเลือด และเจ็บปวดมาก

หรือเป็นมากจนกระเพาะทะลุก็ได้ ยาลดกรดส่วนใหญ่มีฤทธิ์เป็นด่าง มันจะไปทำลายกรดและเครือบผนังกระเพาะเอาไว้

ดังนั้น ยาลดกรดนี้จะให้ผลดี จะต้องรับประทานขณะท้องว่างหรือ รับประทานระหว่างอาหาร

(ก่อนอาหาร หรือหลังอาหารประมาณ 2 ชั่วโมง) ถ้าเป็นยาเม็ดต้องเคี้ยวให้แหลกก่อนกลืนยา

เพื่อช่วยให้ยาออกฤทธิ์ที่กระเพาะเร็วยิ่งขึ้น

จากคู่มือใช้ยาชาวบ้าน

วันศุกร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

แนะนำตัวนักศึกษา

นางสาวมณีรัตน์ ทัพวงศ์ เลขประจำตัว ๕๐๒๑๐๑๖๘ ชั้นปีที่ ๑
คณะศึกษาศาสตร์ หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ห้องที่ ๑ เลขที่ ๑๐
http://manerat54.blogspot.com